Tite Fx อาศัยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า Triple Action ซึ่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอนการทำงานดังนี้

  1. Vaccuum
  2. Bi polar RF Power
  3. Shot pulse RF Power มาใช้ร่วมกันในกระบวนการสลายไขมัน ลดสัดส่วน กระชับผิว โดยปราศจากการผ่าตัด

TiteFx ถูกออกแบบและพัฒนากระบวนการทำงานของทั้ง 3 ขั้นตอนซึ่งมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน มาทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่างทำการรักษาเครื่องจะมีระบบ Real time temperature sensor monitor โชว์ที่หน้าจอเครื่องและบริเวณ Hanpiece ที่ทำการรักษา ทำให้ทราบอุณหภูมิบริเวณที่ทำการรักษาทันที สามารถตั้งอุณหภูมิ Cut Off ( Cut off temperature ) ให้เหมาะสมตามปัญหาของผู้ป่วยแต่ละราย

ด้วยระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพของทุกๆขั้นตอน TiteFx จึงให้ผลการรักษาที่ดียิ่งขึ้น ปลอดภัยและไม่มีแผลหลังทำการรักษา ผู้รับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

หลักการทำงานของ TiteFx

อาศัยการทำงาน 3 ขั้นตอน หรือ Triple Action คือ

1. Vaccuum ในขั้นตอนแรก เมื่อเริ่มต้นการทำงาน เครื่องจะเก็บพื้นที่ผิวในบริเวณที่ทำการรักษาให้เต็มพื้นที่ของ vaccuum chamber โดยตัวเครื่องจะมีระบบป้องกันคือ หากพื้นที่ที่ทำการรักษามีน้อยจนเกินไป คือไม่สามารถเก็บได้เต็มพื้นที่ของ vacuum chamber เครื่องจะไม่เข้าสู่กระบวนการทำงานที่ 2 คือการปล่อยพลังงาน RF ซึ่งในกระบวนการนี้เองจะช่วยป้องกันการเกิด burn ที่ผิวได้ อีกทั้งในขั้นตอนนี้ยังจะช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบน้ำเหลืองและระบบไหลเวียนเลือดให้มีการไหลเวียนได้ดีขึ้น อีกด้วย

2. Bi polar RF Power เมื่อเครื่องได้เก็บพื้นที่ ที่ทำการรักษาได้เต็ม vacuum chamber เรียบร้อยแล้ว จะทำการปล่อยพลังงาน Bi polar RF ทันที โดยสามารถตั้งค่าพลังงานได้ตั้งแต่ 10 – 75 W. ซึ่งในขั้นตอนนี้จะทำให้เกิดความร้อนที่ผิวบริเวณที่ทำการรักษาจะช่วยสลายไขมัน ลดสัดส่วน กระชับผิว ตัวเครื่องสามารถตั้งค่าอุณหภูมิ Cut off ได้ อีกทั้งยังมีระบบ Real time temperature sensor monitor ที่ handpiece หากพื้นที่ที่ทำการรักษามีค่าอุณภูมิเกินที่ตั้งไว้เครื่องจะทำการตัดการทำงานทันที ทำให้ระหว่างทำการรักษาผู้ป่วยจะไม่รู้สึกร้อนมากจนเกินไป อีกทั้งการตั้งค่าต่างๆสามารถเลือกให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายได้

3. HV. pulse หากค่าอุณหภูมิผิวที่ทำการรักษามีความร้อนสะสมถึงค่าอุณหภูมิ Cut off ที่ตั้งไว้ เครื่องจะทำการปล่อย HV. pulse Power เพื่อทำลายเซลล์ไขมัน โดยสามารถปรับตั้งค่าได้

ข้อห้ามข้อควรระวัง

  • คนไข้กลุ่มที่ใส่ cardiac pacemaker อุปกรณ์กระตุ้นหัวใจ หรือมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกในร่างกาย
  • คนไข้ที่ใส่เหล็ก สกรู ซิลิโคน หรือ ฉีดสารเคมีแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายแบบถาวร
  • คนไข้ที่มีประวัติการเป็นมะเร็ง เนื้องอกหรือพยาธิสภาพที่บ่งชี้ว่าอาจเป็นมะเร็ง
  • โรคเรื้อรังที่ไม่สามารถควบคุมได้ อาทิโรคหัวใจ
  • กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในระยะให้นมบุตร
  • มีภาวะภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่อง อาทิเช่น AIDS และ HIV หรือใช้ยาที่กดภูมิคุ้มกัน
  • คนไข้ที่มีประวัติของโรคที่สามารถกระตุ้นให้อาการกำเริบด้วยความร้อน อาทิเช่น Herpes Simplex แต่ในรายที่ควบคุมด้วยยา prophylactic สามารถพิจารณาให้ทำได้
  • โรคของต่อมไร้ท่อที่ไม่สามารถควบคุมอาการได้ อาทิ เช่น โรคเบาหวาน
  • มีภาวะของโรคบริเวณที่ต้องการทำการรักษา อาทิเช่น แผลกดทับ สะเก็ดเงิน ผื่นแดง กลาก เรื้อนกวาง
  • มีประวัติของโรคผิวหนังที่ผิดปรกติ อาทิเช่น มีการเกิดแผลเป็นนูนง่าย(keloids) หรือผิวแห้งมากจนเป็นสะเก็ดละเอียดเล็กๆ
  • มีประวัติผ่าตัดในบริเวณที่ต้องการทำการรักษาน้อยกว่า 3 เดือน
  • มีการใช้ Isotretinoin ภายใน 6 เดือนก่อนทำการรักษา
  • ในพนักงานที่ยังไม่ชำนาญในการรักษาอาจก่อให้เกิดความรู้สึกไม่สบายต่อคนไข้

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

โดยปรกติหลังทำอาจมีอาการบวมแดงแต่จะคงอยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังทำการรักษาอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์อื่นๆอาจมีโอกาสเกิดได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพลังงานที่เลือกใช้

ตารางการเข้ารับการรักษา

ทำการรักษาสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทำ 6-8 ครั้ง/1คอร์ส

คำแนะนำหลังทำการรักษา

หลังทำการรักษาควรทำความสะอาดผิวและทาครีมชุ่มชื้นหรือครีมกันระคายเคืองในบางราย หากมีอาการผิดปรกติหลังทำควรปรึกษาแพทย์