หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อหัตถการ “ผ่าตัดเหนียง” และ “ผ่าตัดดึงคอ” แต่ยังไม่แน่ใจว่าทั้งสองหัตถการแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนจึงจะเหมาะกับปัญหาของตัวเอง บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญอย่างละเอียด
ปัจจุบันการดูแลรูปลักษณ์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ใบหน้าเท่านั้น แต่ “ลำคอ” และ “ใต้คาง” ก็เป็นอีกจุดสำคัญที่ส่งผลต่อความอ่อนเยาว์ของใบหน้าอย่างมาก หลายคนแม้จะมีใบหน้าที่สวยงาม แต่กลับมีปัญหาเหนียงห้อย คางสองชั้น ผิวหนังบริเวณลำคอหย่อนยาน หรือมีริ้วรอยคอเหี่ยว ทำให้ใบหน้าดูมีอายุและขาดความมั่นใจ

ปัญหาเหนียงห้อย คอเหี่ยว และลำคอหย่อนยาน เกิดจากอะไร?
ปัญหาบริเวณใต้คางและลำคอสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งแต่ละสาเหตุจำเป็นต้องใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ได้แก่
1. ไขมันสะสมบริเวณใต้คาง (Double Chin)
เกิดจากไขมันสะสมมากเกินไปบริเวณใต้คางในท่านที่น้ำหนักมาก และบางท่านแม้น้ำหนักตัวจะไม่มากก็สามารถเกิดได้จากกรรมพันธุ์ ทำให้กรอบหน้าไม่ชัด ดูหน้ากลมและมีเหนียงได้
2. ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น
เมื่ออายุเราเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินที่มีผลต่อความกระชับผิวหนังลดลง ผิวจึงเริ่มหย่อนคล้อย เริ่มเกิดความเหี่ยว รวมถึงเกิดริ้วรอยที่มากขึ้น จึงกลายเป็นหนังคอเหี่ยว คอหย่อนยาน ส่วนเกินบริเวณเหนียงใต้คางและลำคอ
3. กล้ามเนื้อคอหย่อนตัว
กล้ามเนื้อ Platysma ซึ่งอยู่บริเวณลำคอ เมื่ออายุเราเพิ่มมากขึ้นจะคลายค่อย ๆ ตัว และแยกออกจากกัน ทำให้เห็นเป็นเส้นเอ็นคอตรงใต้คาง 2 เส้น หรือการเกิดลำคอหย่อนยาน
4. อายุที่เพิ่มขึ้น
การเสื่อมของโครงสร้างผิวหนัง ไขมัน และกล้ามเนื้อตามอายุ ทำทุกส่วนบนร่างกายสูญเสียความกระชับ เกิดความหย่อนคล้อย และยิ่งให้ใบหน้าและลำคอที่เห็นชัดเจนมากที่สุดบนร่างกายดูมีอายุส่งผลต่อความสวยงาม ในท่านที่มีปัญหาเหนียงยิ่งทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย
5. พฤติกรรมการใช้ชีวิต
- น้ำหนักตัวที่มากเกินไป หรือการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
- การสูบบุหรี่ นอนดึก และไม่รักษาสุขภาพ
- ไม่มีการดูแลหรือไม่ทาครีมบำรุงที่สม่ำเสมอ
- ขาดการดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง
- รับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือไขมันสูง
เทคนิคการผ่าตัดที่ช่วยแก้ปัญหา
การรักษาปัญหาเหนียงใต้คางและลำคอหย่อนยาน คอเหี่ยว คอคล้อย นั้นมีหลายวิธี แต่สำหรับท่านที่มีปัญหาชัดเจน การผ่าตัดถือเป็นวิธีที่สามารถแก้ไขได้ตรงจุดและเห็นผลระยะยาว โดยแบ่งออกเป็น 2 เทคนิคหลัก ได้แก่

1. ผ่าตัดเหนียง (Corset Neck Lift)
การผ่าตัดเหนียง หรือหลายท่านเข้าใจว่าเป็นการผ่าตัดดึงคอ ความจริงเป็นหนึ่งในหัตถการศัลยกรรมดึงคอที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องลำคอเช่นเดียวกัน แต่มีความต่างที่การเปิดแผล ในส่วนการผ่าตัดเหนียงช่วยแก้ไข ไขมันสะสมและความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คาง ปรับกรอบหน้าและลำคอให้มีความคมชัดมากขึ้น
โดยแพทย์จะเลือกเทคนิคการผ่าตัดให้เหมาะกับสาเหตุของปัญหา ไม่ว่าจะเป็นไขมันที่มากใต้คาง หรือผิวหนังและกล้ามเนื้อลำคอหย่อนร่วมด้วย การประเมินวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูดีเป็นธรรมชาติและตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคล
ผ่าตัดเหนียง เปิดแผลบริเวณไหน?
แพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 2.5–3 เซนติเมตร บริเวณใต้คางตรงรอยพับธรรมชาติ ทำให้แผลซ่อนตัวได้ดี เมื่อแผลหายจะสังเกตเห็นได้ยาก

แก้ไขปัญหาอย่างไร?
- กำจัดไขมันสะสมใต้คาง
- ดูดไขมันร่วมกับใช้เลเซอร์ Necktite กระชับผิว
- การตัดไขมันส่วนเกินและกล้ามเนื้อคอที่หย่อนหยาน
- เย็บกระชับกล้ามเนื้อ Platysma ที่หย่อนเพื่อให้กลับมาตึงกระชับขึ้น
- ปรับมุมใต้คางให้ชัดขึ้น คางดูยาวขึ้น ใบหน้ามีมิติมากยิ่งขึ้น
- สร้างกรอบหน้าให้คมชัด ใบหน้าได้รูป
- เก็บปัญหาเหนียงหย่อนหยานทั้งจาก ไขมัน ผิวหนัง และกล้ามเนื้อคอ
- ผลลัพธ์คือใบหน้าดูเรียวขึ้น เหนียงลดลง และกรอบหน้าคมชัดกว่าเดิม
ผ่าตัดเหนียง เหมาะกับใคร?
เหนียงจากไขมันสะสม
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณใต้คางและแนวกรอบหน้า ทำให้เกิดเหนียง แม้น้ำหนักตัวจะไม่ได้มากก็ตาม ซึ่งอาจเกิดจากพันธุกรรม น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น หรือไขมันเฉพาะจุด การรักษาจะช่วยลดไขมันส่วนเกินและทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น
คางสองชั้น
- ผู้ที่มีปัญหาคางสองชั้นจนมองเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเกิดจากไขมันสะสมหรือโครงสร้างใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูกลม ขาดมิติ และดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง การรักษาสามารถช่วยลดความหนาของใต้คางและเพิ่มความคมชัดให้แนวกราม ทำให้ใบหน้าดูอ่อนวัยลง
กรอบหน้าไม่ชัด
- เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าแนวกรามและกรอบหน้าไม่คมชัด เนื่องจากมีไขมันสะสมบริเวณแก้มล่าง กรอบหน้า และใต้คาง ทำให้ใบหน้าดูอ้วน ดูใหญ่ และขาดมิติ เมื่อจัดการไขมันส่วนเกินออก จะช่วยให้กรอบหน้าดูเรียวคมและได้สัดส่วนมากขึ้น
อายุประมาณช่วงใดจึงจะผ่าตัดได้
- การผ่าตัดลดเหนียงไม่จำกัดช่วงอายุที่แน่นอน สามารถผ่าตัดแก้ปัญหาได้ตั้งแต่อายุประมาณน้อยไปถึงมาก ขึ้นอยู่กับปัญหาเหนียงและการดุลยพินิจของแพทย์ร่วมด้วย ซึ่งผู้ที่เริ่มมีปัญหาไขมันสะสมใต้คาง หรือเริ่มมีสัญญาณความหย่อนคล้อยเล็กน้อย ไปจนถึงเริ่มมาก โครงสร้างผิวและเนื้อเยื่อยังตอบสนองต่อการรักษาได้ดี การผ่าตัดจึงสามารถเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ
ผิวหนังยังมีความยืดหยุ่น
- ผู้ที่มีคุณภาพผิวดี หรือมีความยืดหยุ่นเพียงพอ เมื่อกำจัดไขมันใต้คางแล้ว ผิวสามารถหดกระชับเข้ากับโครงหน้าได้ดี และการผ่าตัดยังช่วยเก็บปัญหาผิวส่วนเกินที่หย่อนคล้อยออก จึงช่วยลดโอกาสเกิดผิวหย่อนหรือหนังส่วนเกินหลังการรักษาได้
ผิวหนังบริเวณลำคอใต้คางเริ่มหย่อน
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบริเวณลำคอหย่อนคล้อย ยังไม่มีหนังส่วนเกินจำนวนมากเกินไป เพราะหลังลดไขมันแล้ว ผิวสามารถกระชับตัวได้ดี และผู้ที่มีหนังคอหย่อนหรือมีกล้ามเนื้อคอแยกชัดเจน การผ่าตัดยังช่วยในส่วนนี้ได้อีกด้วย อาจต้องอาศัยการพิจารณาแพทย์เป็นรายบุลคลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด
2. ผ่าตัดดึงคอ (Neck Lift) คืออะไร?
ศัลยกรรมดึงคอ (Neck Lift) เป็นการผ่าตัดเพื่อฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ของลำคอ ช่วยแก้ไขปัญหาผิวหนังหย่อนคล้อย ริ้วรอย และความไม่กระชับ ให้ลำคอดูเรียบตึงและได้สัดส่วนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดดึงคอเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความละเอียดและความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ เนื่องจากบริเวณลำคอมีโครงสร้างสำคัญทั้งกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และเส้นเลือด การวางแผนและผ่าตัดอย่างแม่นยำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ปลอดภัย และเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด
ผ่าตัดหน้าส่วนล่าง / ดึงคอ เทคนิคเปิดแผลบริเวณหน้าหู
การผ่าตัดหน้าส่วนล่างแหรือดึงคอสามารถเลือกตำแหน่งเปิดแผลได้ตามโครงสร้างใบหน้าและระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละบุคคล โดย แผลบริเวณหน้าหู มีจุดเด่นในด้านการเข้าถึงและกระชับเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าส่วนล่าง กรอบหน้าไม่กระชับ แก้มส่วนล่างย้วย ร่องน้ำหมาก หน้าคล้อย ได้อย่างตรงจุด
ข้อดี
- ช่วยกระชับผิวบริเวณใบหน้าส่วนล่าง แก้ม และแนวกรอบหน้า
- ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณกรอบหน้าและใต้คาง
- สามารถช่วยปรับแนวกรามและลำคอให้ดูชัดเจนขึ้น
- ตำแหน่งแผลบริเวณหน้าหูสามารถซ่อนอยู่ตามแนวใบหูและไรผมได้ ทำให้มองเห็นรอยแผลได้ยากขึ้นเมื่อแผลหายดี
- สามารถวางแผนการผ่าตัดร่วมกับการปรับชั้นเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อ เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นในผู้ที่เหมาะสม
ข้อควรพิจารณา
- เป็นการผ่าตัด จึงมีระยะพักฟื้นและต้องดูแลแผลหลังผ่าตัด
- อาจมีอาการบวม ช้ำ ตึง หรือรู้สึกชาบริเวณที่ผ่าตัดในช่วงแรก
- มีโอกาสเกิดแผลเป็น ซึ่งลักษณะของแผลขึ้นอยู่กับการหายของแผลและการดูแลของแต่ละบุคคล
- ผลลัพธ์และความชัดเจนของกรอบหน้าแตกต่างกันตามระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า และสภาพผิวของแต่ละคน
- มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด เช่น เลือดออก การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ จึงควรได้รับการประเมินและผ่าตัดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ค่ะ
ผ่าตัดหน้าส่วนล่าง / ดึงคอ เทคนิคเปิดแผลบริเวณหลังใบหู
แผลบริเวณหลังใบหู ช่วยให้สามารถเก็บกระชับผิวบริเวณลำคอและแนวกรอบหน้าได้ โดยตำแหน่งแผลที่เหมาะสม สามารถเก็บปัญหา คอเหี่ยว หย่อนคล้อย ริ้วรอยบริเวณลำคอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ควรพิจารณาร่วมกับแพทย์เป็นรายบุคคล
ข้อดี
- ช่วยยกกระชับผิวบริเวณใบหน้าส่วนล่าง กรอบหน้า และลำคอ
- ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณแนวกรามและใต้คาง
- ตำแหน่งแผลบริเวณหลังใบหูสามารถซ่อนอยู่ในบริเวณที่มองเห็นได้ยาก
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยบริเวณลำคอและต้องการปรับแนวกรอบหน้าให้ดูชัดเจนขึ้น
ข้อควรพิจารณา
- เป็นการผ่าตัด จึงมีระยะพักฟื้นและต้องดูแลแผลอย่างเหมาะสม
- อาจมีอาการบวม ช้ำ ตึง หรือชาบริเวณที่ผ่าตัดในช่วงแรก
- อาจเกิดแผลเป็นบริเวณหลังใบหู ซึ่งลักษณะของแผลแตกต่างกันไปตามการหายของแผลในแต่ละบุคคล
- ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า คุณภาพผิว และเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัด
- มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด เช่น เลือดออก การติดเชื้อ และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนผ่าตัด
ความแตกต่างระหว่าง ผ่าตัดเหนียง กับผ่าตัดดึงคอ
แม้ทั้งผ่าตัดเหนียง และ ผ่าตัดดึงคอ (Neck Lift) จะช่วยปรับบริเวณใต้คางและลำคอให้ดูเรียบกระชับขึ้น แต่ทั้งสองหัตถการมีจุดประสงค์และขอบเขตการรักษาที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน ระดับความหย่อนคล้อย และโครงสร้างบริเวณใบหน้าและลำคอของแต่ละบุคคล
ผ่าตัดเหนียง
มุ่งเน้นการแก้ปัญหา ไขมันสะสมบริเวณใต้คางหรือเหนียง เป็นหลัก โดยอาจใช้การดูดไขมันหรือเทคนิคการผ่าตัดร่วมกันตามความเหมาะสม เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันใต้คางค่อนข้างชัด แต่ผิวยังมีความกระชับเพียงพอ
ผ่าตัดดึงคอ
มุ่งเน้นการแก้ปัญหา ผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณลำคอที่หย่อนคล้อย โดยสามารถช่วยปรับความกระชับของลำคอและแนวกรอบหน้าให้ชัดเจนขึ้น ในบางกรณีอาจมีการจัดการกับชั้นกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังร่วมด้วย จึงเหมาะกับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมากกว่าการมีไขมันใต้คางเพียงอย่างเดียว